รถ 6 ล้อเป็นจุดสมดุลของกองรถไทย ใหญ่พอจะคุ้มค่าเที่ยวข้ามจังหวัดแต่ยังเลี้ยวในถนนเมืองและเข้าแท่นโหลดของร้านค้าได้ งานกระจายสินค้าเข้าหลายจุดในวันเดียวจึงใช้รถประเภทนี้มากกว่าประเภทอื่น มีทั้งตู้ทึบ คอกและกระบะพื้นเรียบ โดยพื้นเรียบเหมาะกับของที่ต้องยกด้วยเครนจากด้านบน

พื้นที่บรรทุกราว 6.0 × 2.3 × 2.3 เมตร (ยาว × กว้าง × สูง) เป็นตัวเลขที่ควรวัดของกับมันก่อนเลือกรถ เพราะพื้นที่มักหมดก่อนน้ำหนักในงานที่ของเบาแต่กินที่
ต้องการถนนกว้างอย่างน้อย 4 เมตรและพื้นที่กลับรถประมาณหนึ่งช่วงคันรถครึ่ง เข้าที่จอดใต้อาคารส่วนใหญ่ไม่ได้เพราะความสูงรวมเกิน 3 เมตร
เลือกรถผิดประเภทมีต้นทุนสูงกว่าเลือกรถแพงไปหนึ่งขั้นเสมอ เพราะรถที่ไปถึงแล้วเข้าไม่ได้หรือรับน้ำหนักไม่ไหวคือเสียทั้งเที่ยวและเสียทั้งวัน
อุปกรณ์พื้นฐานเหล่านี้มีติดรถทุกคันโดยไม่คิดเพิ่ม
ส่วนอุปกรณ์ที่เป็นของประเภทรถนี้โดยเฉพาะ
ตั้งแต่ 6 ล้อขึ้นไปเข้าข่ายรถบรรทุกที่มีช่วงเวลาห้ามเดินรถในเขตกรุงเทพมหานคร คือช่วงเช้าและช่วงเย็นของวันทำงาน การนัดโหลดนอกช่วงดังกล่าวจึงไม่ใช่ความสะดวก แต่เป็นเงื่อนไขที่ทำให้รถเข้าถึงจุดรับได้ตามเวลา คนขับต้องมีใบขับขี่ ท.2
แจ้งน้ำหนักและขนาดจริงตั้งแต่ตอนจอง น้ำหนักที่เกินพิกัดทำให้รถถูกกักที่ด่านชั่ง และทำให้ประกันสินค้าไม่คุ้มครองทั้งเที่ยว ซึ่งเป็นความเสียหายที่มากกว่าส่วนต่างค่าขนส่งเสมอ
ราคาด้านล่างคำนวณจากระยะทางจริงของแต่ละเส้นทางคูณอัตรา ฿16 ต่อกิโลเมตรของรถ 6 ล้อ เทียบกับค่าเที่ยวขั้นต่ำ ฿1,200 แล้วใช้ค่าที่สูงกว่า เป็นวิธีเดียวกับที่ระบบคิดราคาจริง
| เส้นทาง | ระยะทาง | ใช้เวลา | ราคาเริ่ม |
|---|---|---|---|
| กรุงเทพ–ลำพูน | 655 กม. | 9–11 ชม. | ฿10,400 |
| กรุงเทพ–ขอนแก่น | 449 กม. | 6–8 ชม. | ฿7,100 |
| กรุงเทพ–ภูเก็ต | 845 กม. | 12–14 ชม. | ฿13,500 |
| พระราม 2–หาดใหญ่ | 925 กม. | 13–15 ชม. | ฿14,800 |
| กรุงเทพ–อุดรธานี | 564 กม. | 8–10 ชม. | ฿9,000 |
| กรุงเทพ–นครราชสีมา | 259 กม. | 4–5 ชม. | ฿4,100 |